เป่าผมอย่างไรไม่ให้ผมเสีย? 7 เทคนิคดูแลเส้นผมให้สวยสุขภาพดี

เคยสงสัยไหมว่า ทำไมบางครั้งหลังเป่าผมเสร็จ เส้นผมกลับแห้ง ชี้ฟู พันกันง่าย และดูไม่มีน้ำหนัก ทั้งที่เพิ่งสระผมมาใหม่ ๆ?
หลายคนอาจคิดว่าการใช้ไดร์เป่าผมเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผมเสีย แต่ความจริงแล้ว การใช้ไดร์ไม่ได้หมายความว่าเส้นผมจะต้องเสียเสมอไป เพราะระดับความร้อน ระยะห่าง และวิธีเป่าผม ล้วนมีผลต่อสภาพเส้นผม
แล้วเราควรเป่าผมอย่างไรให้แห้งสวย พร้อมลดโอกาสเกิดความเสียหาย? ZEVRA Hair Journal รวบรวม 7 เทคนิคที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ในชีวิตประจำวัน
ใช้ไดร์เป่าผมทำให้ผมเสียจริงไหม?
คำตอบคือ การใช้ไดร์เป่าผมอาจทำให้เส้นผมเสียหายได้ โดยเฉพาะเมื่อสัมผัสความร้อนสูงเกินไปหรือเป็นเวลานาน
เส้นผมมีโครงสร้างชั้นนอกที่เรียกว่า Hair Cuticle หรือเกล็ดผม ซึ่งทำหน้าที่ปกป้องโครงสร้างภายใน เมื่อเส้นผมสัมผัสความร้อนสูงซ้ำ ๆ อาจเกิดความเสียหายต่อพื้นผิวเส้นผม ส่งผลให้ผมดูหยาบ แห้ง และเปราะขาดง่ายขึ้น
งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Annals of Dermatology ปี 2011 พบว่า ความเสียหายที่พื้นผิวเส้นผมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามอุณหภูมิที่ใช้ในการเป่า อย่างไรก็ตาม ในเงื่อนไขการทดลองดังกล่าว การใช้ไดร์ที่ระยะประมาณ 15 เซนติเมตรและเคลื่อนไดร์อย่างต่อเนื่องให้ผลความเสียหายบางด้านน้อยกว่าการปล่อยให้แห้งเอง
ผลการศึกษานี้สะท้อนให้เห็นว่า วิธีใช้งานและการควบคุมความร้อนเป็นสิ่งสำคัญ แต่ไม่ได้หมายความว่าการใช้ไดร์จะปลอดภัยกว่าการปล่อยให้ผมแห้งเองในทุกสถานการณ์
7 เทคนิคเป่าผมอย่างไรให้ลดความเสียหาย
1. ซับผมให้หมาดก่อนเริ่มเป่า
หลังสระผม ไม่ควรใช้ผ้าขนหนูขยี้หรือถูเส้นผมแรง ๆ เพราะการเสียดสีอาจทำให้เส้นผมพันกันและเกิดความเสียหายได้
ควรใช้ผ้าขนหนูเนื้อนุ่มหรือผ้าไมโครไฟเบอร์ค่อย ๆ ซับน้ำส่วนเกินออกจากเส้นผมก่อนเริ่มเป่า
การลดปริมาณน้ำบนเส้นผมตั้งแต่ต้นยังช่วยลดระยะเวลาที่ต้องใช้ไดร์ได้อีกด้วย
Hair Care Tip: ใช้วิธีกดซับเบา ๆ แทนการขยี้ผมไปมา
2. เลือกอุณหภูมิให้เหมาะกับสภาพผม
การใช้ความร้อนสูงสุดไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำหรับทุกสภาพเส้นผม
สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งสหรัฐอเมริกา (American Academy of Dermatology หรือ AAD) แนะนำให้จำกัดการใช้ความร้อน และเลือกระดับความร้อนต่ำหรือปานกลางในการดูแลเส้นผม
ผมเส้นเล็กหรือผมเสีย: เริ่มจากความร้อนระดับต่ำ
ผมหนาหรือผมยาว: ใช้ความร้อนระดับต่ำถึงปานกลาง แล้วปรับตามความเหมาะสม
ผมผ่านการฟอกหรือทำสี: ควรระมัดระวังการใช้ความร้อนเป็นพิเศษ
สิ่งสำคัญคือหลีกเลี่ยงการใช้ความร้อนสูงโดยไม่จำเป็น และไม่เป่าซ้ำบริเวณเดิมเป็นเวลานาน
3. เว้นระยะห่างระหว่างไดร์กับเส้นผม
การถือไดร์ใกล้เส้นผมมากเกินไปอาจทำให้บริเวณนั้นสัมผัสอุณหภูมิสูงขึ้น
จากงานวิจัยเรื่อง Hair Shaft Damage from Heat and Drying Time of Hair Dryer พบว่า ในการทดลอง การเป่าที่ระยะประมาณ 15 เซนติเมตรพร้อมเคลื่อนไดร์อย่างต่อเนื่องเป็นวิธีที่ช่วยจำกัดความเสียหายบางรูปแบบได้
ดังนั้น ควรเว้นระยะห่างจากเส้นผมอย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงระดับความร้อนและคำแนะนำของผู้ผลิตไดร์แต่ละรุ่นร่วมด้วย
Hair Care Tip: หลีกเลี่ยงการจ่อไดร์ไว้ใกล้หนังศีรษะหรือเส้นผมบริเวณเดิมเป็นเวลานาน
4. เคลื่อนไดร์อย่างต่อเนื่อง ไม่เป่าจุดเดิมนานเกินไป
นอกจากระยะห่างแล้ว การเคลื่อนไดร์ก็มีความสำคัญเช่นกัน
หากเป่าลมร้อนซ้ำที่จุดเดิมนานเกินไป เส้นผมบริเวณนั้นอาจสะสมความร้อนมากกว่าส่วนอื่น
แนะนำให้แบ่งผมเป็นช่อและเคลื่อนไดร์ไปตามแนวเส้นผมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อกระจายความร้อนและช่วยให้ควบคุมการจัดทรงได้ง่ายขึ้น
สำหรับผู้ที่ต้องการผมตรงเรียบ สามารถใช้หัวเป่ารวมลมร่วมกับแปรงจัดแต่งทรง โดยไม่ดึงหรือกระชากเส้นผมแรงเกินไป
5. ใช้ผลิตภัณฑ์ปกป้องเส้นผมจากความร้อน
ก่อนใช้ไดร์เป่าผม อาจเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ Heat Protectant ที่เหมาะกับสภาพเส้นผม
ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยลดผลกระทบบางประการจากการจัดแต่งทรงด้วยความร้อน แต่ไม่ได้หมายความว่าสามารถป้องกันความเสียหายได้ทั้งหมด
ควรอ่านวิธีใช้และปริมาณที่แนะนำบนฉลากผลิตภัณฑ์ทุกครั้ง
Hair Care Tip: แม้ใช้ผลิตภัณฑ์ปกป้องความร้อนแล้ว ก็ควรหลีกเลี่ยงอุณหภูมิที่สูงเกินความจำเป็น
6. เลือกวิธีหวีผมให้เหมาะกับประเภทเส้นผม
เส้นผมที่เปียกอาจไวต่อความเสียหายจากการดึงและการเสียดสี
สำหรับผมตรง ควรปล่อยให้ผมแห้งลงเล็กน้อยก่อนใช้หวีซี่ห่างค่อย ๆ คลายผมที่พันกัน
ส่วนผู้ที่มีผมหยิกหรือผมหยักศกมาก การหวีขณะผมยังชื้นและมีครีมนวดผมอาจช่วยลดการดึงรั้งได้
ไม่ว่าจะมีผมประเภทใด ควรเริ่มคลายผมจากบริเวณปลาย แล้วค่อย ๆ ขยับขึ้นไปทางโคน
7. หยุดเป่าเมื่อผมแห้ง และหลีกเลี่ยงความร้อนที่ไม่จำเป็น
หลายคนอาจเผลอใช้ไดร์เป่าผมต่อเนื่องแม้เส้นผมจะแห้งแล้ว เพราะต้องการให้ผมเรียบหรือจัดทรงอยู่ตัว
แต่การสัมผัสความร้อนเพิ่มเติมโดยไม่จำเป็นอาจเพิ่มโอกาสเกิดความเสียหาย
เมื่อผมแห้งและได้ทรงตามต้องการแล้ว ควรหยุดใช้ความร้อน หากต้องการเก็บรายละเอียดทรงผม สามารถใช้ลมเย็นช่วยให้เส้นผมเย็นลงก่อนปล่อยทรงได้
ลมเย็นอาจช่วยในการจัดแต่งทรงบางลักษณะ แต่ไม่ใช่วิธีซ่อมแซมเส้นผมที่เสียหายแล้ว
เป่าผมด้วยลมร้อนหรือลมเย็น แบบไหนดีกว่ากัน?
ลมร้อนและลมเย็นมีบทบาทแตกต่างกัน
ลมอุ่น ช่วยเร่งการระเหยของน้ำ ทำให้เป่าผมแห้งได้สะดวกขึ้น แต่ควรควบคุมระดับความร้อนและระยะเวลาที่ใช้
ลมเย็น ช่วยลดการสัมผัสความร้อน และสามารถใช้ในขั้นตอนสุดท้ายของการจัดแต่งทรงได้ แต่อาจใช้เวลานานกว่าในการเป่าผมให้แห้ง
การเลือกใช้งานจึงขึ้นอยู่กับสภาพผม ความชื้นของเส้นผม และทรงที่ต้องการ โดยไม่จำเป็นต้องเลือกใช้ลมประเภทเดียวตลอดการเป่า
เลือกไดร์เป่าผมอย่างไรให้เหมาะกับการดูแลเส้นผม?
นอกจากวิธีใช้งานแล้ว การเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสมก็เป็นอีกส่วนหนึ่งของการดูแลเส้นผมในชีวิตประจำวัน
คุณสมบัติที่ควรพิจารณา ได้แก่
การปรับระดับความร้อน: เพื่อเลือกอุณหภูมิให้เหมาะกับสภาพเส้นผม
การปรับความแรงลม: เพื่อควบคุมการเป่าและการจัดแต่งทรง
การจัดการอุณหภูมิ: พิจารณาระบบควบคุมความร้อนตามข้อมูลที่ผู้ผลิตระบุ
หัวเป่าจัดแต่งทรง: เพื่อช่วยกำหนดทิศทางลม
การออกแบบที่ใช้งานสะดวก: เพื่อให้สามารถจับถือและเคลื่อนไดร์ได้อย่างต่อเนื่อง
ไดร์เป่าผมที่เหมาะสมจึงไม่จำเป็นต้องเป็นรุ่นที่ให้ความร้อนสูงที่สุด แต่ควรตอบโจทย์สภาพเส้นผมและรูปแบบการใช้งานของแต่ละคน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: เป่าผมทุกวันทำให้ผมเสียไหม?
การใช้ไดร์เป็นประจำอาจเพิ่มการสัมผัสความร้อนสะสม โดยเฉพาะเมื่อใช้ความร้อนสูงหรือเป่าใกล้เส้นผมมากเกินไป ควรใช้ความร้อนต่ำเท่าที่เหมาะสมและลดเวลาการใช้งานเมื่อทำได้
Q: ควรปล่อยให้ผมแห้งเองหรือใช้ไดร์ดีกว่า?
ทั้งสองวิธีมีข้อดีและข้อจำกัด การปล่อยให้ผมแห้งเองช่วยหลีกเลี่ยงความร้อนจากไดร์ ส่วนการใช้ไดร์ด้วยเทคนิคที่เหมาะสมช่วยควบคุมระยะเวลาที่ผมเปียกได้ จึงควรเลือกตามสภาพเส้นผมและความสะดวกของแต่ละคน
Q: ใช้ไดร์ลมแรงจะทำให้ผมเสียหรือไม่?
ความแรงลมไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่กำหนดความเสียหายของเส้นผม ต้องพิจารณาความร้อน ระยะห่าง ระยะเวลา และการเสียดสีร่วมด้วย หากลมแรงจนทำให้ผมพันกัน ควรลดระดับลมหรือปรับวิธีเป่า
Q: ใช้ลมเย็นเป่าผมทุกวันได้ไหม?
สามารถใช้ลมเย็นได้ โดยทั่วไปมีความเสี่ยงจากความร้อนต่ำกว่าลมร้อน แต่อาจต้องใช้เวลานานขึ้น และควรหลีกเลี่ยงการดึงรั้งหรือหวีผมแรง ๆ ระหว่างเป่าเช่นเดียวกัน
Better Hair, Made Easy.
การดูแลเส้นผมที่ดี ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากขั้นตอนที่ซับซ้อน
เพียงปรับวิธีซับผม เลือกอุณหภูมิให้เหมาะสม เว้นระยะห่างจากเส้นผม และลดการใช้ความร้อนโดยไม่จำเป็น ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยลดความเสียหายและทำให้การดูแลเส้นผมในทุกวันง่ายขึ้นได้
References | แหล่งข้อมูลอ้างอิง
American Academy of Dermatology Association. Tips for healthy hair. https://www.aad.org/public/everyday-care/hair-scalp-care/hair/healthy-hair-tips
American Academy of Dermatology Association. Hair styling without damage. https://www.aad.org/public/diseases/hair-loss/hair-care/styling/
American Academy of Dermatology Association. How to stop damaging your hair. https://www.aad.org/public/diseases/hair-loss/insider/stop-damage
Lee, Y., et al. (2011). Hair Shaft Damage from Heat and Drying Time of Hair Dryer. Annals of Dermatology, 23(4), 455–462. https://doi.org/10.5021/ad.2011.23.4.455

ความคิดเห็น